JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0
    
สถิติเว็บไซต์
เปิดเว็บเมื่อ : 2015-07-22
จำนวนสมาชิก : 10 คน
ปรับปรุงเมื่อ : 2018-05-06
จำนวนครั้งที่ชม : 424,062 ครั้ง
Online : 42 คน
จำนวนสินค้า : 21 รายการ

เมล็ดเจีย

2015-08-05 15:40:31 ใน รู้จักเมล็ดพันธุ์ » 0 2943

 
เมล็ดเจีย

เมล็ดเจียของเรานำเข้าจากประเทศในกลุ่มอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นแหล่งต้นกำหนดของเมล็ดพันธุ์ที่ดี เมล็ดเจียของเราปลูกในฟาร์มปิด ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง คุณจึงมั่นใจในคุณภาพของเมล็ดเจียจาก เดอะ ซี๊ดส์ได้ ด้วยว่าดีสม่ำเสมอ สะอาด ถูกหลักอนามัย

เมล็ดเจีย จัดเป็น Super Food ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย  เป็นพืชในกลุ่มเครื่องเทศตระกูลเดียวกับกะเพรา หรือ มินต์ มีชื่อทางพฤกษศาสตร์ว่า Salvia Hispanica L. เป็นพืชให้เมล็ดเล็ก ๆ มีสองสี คือ สีดำ และสีขาว ลักษณะคล้ายเม็ดแมงลัก ปลูกมากในทวีปอเมริกา เช่น ประเทศเม็กซิโก สหรัฐอเมริกา อาร์เจนตินา โบลิเวีย เอกวาดอร์ และกัวเตมาลา และอีกหลายๆ ประเทศที่ปลูกเมล็ดเจีย แต่ยังไม่มีการปลูกแบบออร์แกนิค เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย ส่วนในประเทศไทยก็มีการเพาะพันธุ์เมล็ดเจียในหลายจังหวัด เช่น จังหวัดลำปาง และกาญจนบุรี ฯลฯ แต่เป็นการปลูกแบบธรรมชาติ ไม่ใช่ออร์แกนิค

คุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดเจีย

 
พลังงาน 382  กิโลแคลอรี น้ำ 6.61  กรัม
โปรตีน 40.32  กรัม ไขมัน 11.89  กรัม
คาร์โบไฮเดรต 35.14  กรัม  ไฟเบอร์ 34.4  กรัม
แคลเซียม 150  กรัม ธาตุเหล็ก 14.30  กรัม
แมกนีเซียม 362  กรัม ฟอสฟอรัส 810  กรัม
โพแทสเซียม 425  กรัม โซเดียม 41  กรัม
ซิงก์ 10.70  กรัม วิตามินเอ 3  ไมโครกรัม
วิตามินบี 1 2.5  มิลลิกรัม วิตามินบี 2 0.270  มิลลิกรัม
วิตามินบี 3 12.6  มิลลิกรัม วิตามินบี 6 0.152  มิลลิกรัม
โฟเลต 29  ไมโครกรัม กรดไขมันอิ่มตัว 1.634  กรัม
กรดไขมันไม่อิ่มตัว 4.405  กรัม กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 5.113  กรัม
เมล็ดเจีย 1 ออนซ์ (28 กรัม) ให้พลังงานเพียง 137 แคลอรี


เมล็ดเจีย กับสรรพคุณและประโยชน์แสนวิเศษ

สรรพคุณทางยา

หัวใจแข็งแรง
  • เมล็ด เจียอุดมด้วยกรดไขมันดีโอเมก้า-3 และ โอเมก้า-6 ช่วยปรับสมดุลระบบไหลเวียนโลหิตในร่างกาย ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ในเลือด เกิดการไหลเวียนเลือดดีเข้าสู่หัวใจ จึงเป็นผลให้หัวใจของเราแข็งแรงขึ้น
ห่างไกลโรคเบาหวานประเภท 2
  • เมล็ด เจียเป็นธัญพืชที่มีคาร์โบไฮเดรตต่ำ แต่อุดมด้วยไฟเบอร์สูงที่ช่วยรักษาสมดุลของน้ำตาลในเลือด จึงมีคุณสมบัติช่วยต้านโรคเบาหวานประเภท 2 ได้
บาดแผลหายเร็ว ไม่ติดเชื้อง่าย
  • เมล็ด เจียมีกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็นสารโพรสตาแกลนดิน (Prostaglandin) มีฤทธิ์แก้อักเสบ จึงช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ป้องกันการติดเชื้อของบาดแผล ช่วยให้บาดแผลหายเร็ว ไม่เรื้อรัง
ร่างกายมีระบบเผาผลาญพลังงานดีขึ้น
  • เมล็ดเจียมีไฟเบอร์ โปรตีน และกรดไขมันโอเมก้าทรีสูง จึงช่วยปรับสมดุลระบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายได้
บำรุงความจำ
  • เมล็ด เจียมีกรดไขมันโอเมก้าทรีสูงกว่าปลาแซลมอนถึง 9 เท่า ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมองให้ทำงานเป็นปกติ เราจึงมีกระบวนการเรียนรู้และจดจำดีขึ้น มีสมาธิจดจ่อมากขึ้น
ห่างไกลโรคกระดูกพรุน
  • เมล็ด เจียอุดมด้วยแร่ธาตุที่จำเป็นต่อกระบวนการเสริมสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม และโปรตีน จึงช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน และภาวะกระดูกบางได้
ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ
  • เมล็ดเจียอุดมด้วยไฟเบอร์อยู่ประมาณ 34.4 กรัม ซึ่งนับว่าเป็นปริมาณไฟเบอร์ที่เพียงพอสำหรับร่างกายในแต่ละวัน ที่จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานเป็นปกติ
ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ
  • เมล็ดเจียอุดมด้วยโปรตีน และแร่ธาตุฟอสฟอรัสที่ช่วยบำรุงเซลล์เนื้อเยื่อต่าง ๆ ในร่างกายเรา เพื่อดูดซึมไปใช้กระบวนการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ


ประโยชน์ต่อสุขภาพโดยตรง

อารมณ์ดี
  • กรด อะมิโนทริปโตเฟนในเมล็ดเจียเป็นกรดอะมิโนชนิดเดียวกับที่พบในนม ช่วยคุมความอยากอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับ และช่วยปรับปรุงอารมณ์ให้เป็นปกติ 
อิ่มแบบพุงไม่ป่อง
  • เมล็ดเจียมีไฟเบอร์สูง อุดมด้วยไขมันดี อีกทั้งยังกินแล้วย่อยง่ายด้วย ดังนั้น เราจึงหายห่วงเรื่องกินอิ่มแล้วมีพุงป่องยื่นออกมา
ท้องไม่ผูก
  • เมล็ด เจียอุดมด้วยไฟเบอร์ชนิดไซเลียม หรือเส้นใยกลุ่มล้างสารพิษ ช่วยดูดซึมสารพิษตกค้างในลำไส้ ให้ระบายออกมาในรูปของเสีย และยังช่วยให้เราท้องไม่ผูกอีกด้วย
เป็นแหล่งพลังงานในยามเร่งด่วน
  • เมล็ด เจียมีสารอาหารประเภทโปรตีนอยู่ร้อยละ 20 ซึ่งมากกว่าโปรตีนที่พบในธัญพืช หรือเมล็ดข้าวชนิดต่าง ๆ ซะอีก จึงช่วยเพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกายได้ดีในยามที่เราต้องเคลื่อนไหวทำกิจกรรม ต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มนักกีฬา ที่ต้องการอาหารบำรุงร่างกายให้สามารถมีแรง เคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องตัว
ไม่อ้วน
  • เมล็ด เจียกินแล้วอิ่มสบายท้อง อีกทั้งยังมีแคลอรีต่ำ ย่อยง่าย ร่างกายไม่สะสมเป็นไขมัน เราจึงไม่มีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย
ดูอ่อนวัยลง
  • เมล็ด เจียมีสารต้านอนุมูลอิสระ แร่ธาตุและวิตามินมากกว่าในผลไม้ตระกูลเบอร์รีซะอีก  ช่วยบำรุงความงามให้ดูอ่อนวัยลงในด้านต่าง ๆ เช่น เส้นผมนุ่มสลวย ผิวพรรณเปล่งปลั่ง เล็บแข็งแรง ไม่เปราะหักง่าย และยังช่วยลดปัญหาสิวอีกด้วย
ไม่ขาดสารอาหาร
  • ใคร ที่อยากลดน้ำหนักแต่ไม่อยากขาดสารอาหาร เมล็ดเจียน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะอุดมด้วยคุณค่าทางสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายในแต่ละวันอย่างครบถ้วน ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไฟเบอร์ วิตามินเอ วิตามินบีรวม แคลเซียม ธาตุเหล็ก ซิงก์ ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม แมงกานีส และกรดไขมันโอเมก้าทรี

วิธีการรับประทานเมล็ดเจีย
  • การ นำเมล็ดเจียประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ (ประมาณ 4 ช้อนชา/15g/0.5 ออนซ์) ไปแช่น้ำ เมล็ดเจียก็จะพองตัวขึ้น 10 เท่า เมื่อรับประทานจะช่วยให้อิ่มนาน เป็นผลดีต่อคนที่กำลังลดน้ำหนักอย่างมาก
  • เมล็ด เจียทานได้ทั้งแบบแห้ง และแช่น้ำ โดยสามารถตักโรยอาหาร หรือโยเกิร์ตได้ จากนั้น เมล็ดเจียจะพองตัวในท้องของเรา ทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน การรับประทานแบบแห้ง แนะนำให้ดื่มน้ำตามมากๆ
  • Trick เพิ่มความอร่อย: ลองแช่เมล็ดเจีย 1-2 ช้อนชาในน้ำผลไม้ (ควรเป็นน้ำผลไม้แท้ 100%) โดยเปลี่ยนิดของน้ำผลไม้ไปเรื่อยๆ จะได้เมนูเครื่องดื่มอร่อยๆ ทานง่าย แต่อิ่มและได้พลังงาน แถมได้ประโยชน์อีกด้วย
  • Trick#2 หากกลัวอ้วน แนะนำให้ผสมน้ำผลไม้ และน้ำเปล่าในอัตราส่วน 1:1 เพื่อลดความหวานลง แถมไม่ซ้ำซากจำเจค่ะ เพราะเราสามารถเปลี่ยนรสชาติของน้ำผลไม้ได้ตลอด


เมนูสุขภาพจากเมล็ดเจีย
  • เมนูอาหารคาว ได้แก่ สลัดผัก พาสต้า สปาเกตตี้ พิซซ่า และก๋วยเตี๋ยว หรือแม้แต่เป็นผักเครื่องเคียงในเมนูทุกชนิด
  • เมนู อาหารหวาน ได้แก่  ผสมเป็นสเปรด (Spread) กับเนยเอาไว้ทาขนมปัง นำไปโรยใส่ไอศกรีม กินกับโยเกิร์ต เพิ่มในซีเรียล ทำเมนูสมูธตี้และมิลค์เชค
  • เมนูเครื่องดื่ม ได้แก่ ใส่ในน้ำผลไม้คั้นสด หรือทำเบเกอรีชนิดต่าง ๆ พุดดิ้ง เมนูชา กาแฟ


ปริมาณการกินที่ต่อสุขภาพ

แม้ จะไม่ได้มีการระบุอย่างชัดเจนว่าจะต้องบริโภคเป็นจำนวนเท่าไหร่ต่อวัน แต่หากพิจารณาจากจำนวนสารอาหารต่างๆ ที่จะได้รับแล้ว เราควรบริโภคเมล็ดเจียในปริมาณไม่เกิน 25 กรัมต่อวัน* หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
ที่มา:http://www.livestrong.com/article/474747-how-much-chia-seed-should-be-eaten/


เมล็ดเจีย ลดความอ้วนได้อย่างไร

เมล็ดเจียมีคุณสมบัติพิเศษ 3 อย่าง ที่ช่วยทำให้ลดความอ้วนได้ง่าย ซึ่งนั่นก็คือ
  • ดูด ซึมของเหลว เมล็ดเจียอุดมด้วยไฟเบอร์ที่ละลายในน้ำได้ ดังนั้น เมื่อเรานำเมล็ดเจียไปแช่ในของเหลวประเภทต่าง ๆ เช่น นม น้ำเปล่า หรือ น้ำผลไม้ เมล็ดก็จะทำการอุ้มน้ำเอาไว้ และเมื่อเราทานเข้าไป ไฟเบอร์ก็จะทำการขยายตัวในกระเพาะของเรา เราจึงรู้สึกอิ่ม
  • ค่อย ๆ ถูกย่อย อย่างที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ไฟเบอร์นั้นย่อยง่าย แต่แทนที่จะถูกระบบย่อยอาหารของเราย่อยสลายหมดไปภายในพริบตาเดียว กลับกลายเป็นว่าระบบย่อยอาหารค่อย ๆ ย่อยไปทีละน้อย เราจึงรู้สึกอิ่มนาน ไม่นึกอยากกินอะไร
  • คงคุณค่า สารอาหาร เมล็ดเจียถือเป็นตัวช่วยลดน้ำหนักที่ดีสำหรับคนชอบกินนะคะ เพราะการที่เราอยากกินจุกจิกก็มาจากการที่ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น ต่อร่างกายไม่เพียงพอนั่นเอง

ข้อยกเว้นที่ควรรู้ของเมล็ดเจีย

แม้ว่าเมล็ดเจียจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่ก็มีข้อยกเว้นสำหรับคนบางกลุ่ม (ข้อมูลบางส่วนจาก องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA)  หน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารแห่งสหภาพยุโรป (EFSA) สมาคมโรคหัวใจอเมริกัน (AHA) ผลการวิจัยทางการแพทย์ของมหาวิทยาลัยโตรอนโต และบริษัทผู้ผลิตอาหารสุขภาพในสหรัฐฯ) เมล็ดเจียอาจมีผลกระทบกับบุคคลที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ดังต่อไปนี้
  • คน ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบกระเพาะอาหารและลำไส้ เช่น มีแก๊สในกระเพาะอาหาร แสบร้อนกลางอก รวมถึงกรดไหลย้อน จะมีผลกระทบได้ เพราะเส้นใยไฟเบอร์ที่ขยายตัวในกระเพาะอาหารเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 25 จะกระตุ้นให้ตับอ่อนเร่งสร้างน้ำย่อยออกมานั่นเอง 
  • คนที่ต้องเข้ารับการศัลยกรรม หรือมีประวัติการใช้ยาแอสไพริน ยังไม่ควรทานเมล็ดเจีย เพราะอาจเกิดภาวะที่เลือดแข็งตัวช้ากว่าปกติ
  • ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตต่ำ เพราะมีผลต่อแรงดันเลือดขณะที่หัวใจคลายตัวให้ต่ำลง (Diastolic blood pressure)
  • ผู้หญิงตั้งครรภ์ หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตรไม่ควรบริโภคเมล็ดเจีย เพราะมีผลต่อสารอาหารในน้ำนมให้เปลี่ยนไปจากเดิม
  • การ กินเมล็ดเจียร่วมกับอาหารเสริมวิตามินบี 17 ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานมากๆ จะทำให้ร่างกายสะสมสารไฟโตนิวเทรียนท์ในปริมาณมากเกินกว่าความต้องการของ ร่างกาย