JustMakeWeb.com รับทำเว็บไซต์ รับทำเว็บโรงแรม รับทำเว็บขายของ รับทำเว็บบริษัท เว็บสำเร็จรูป รับทำเว็บร้านค้า ออกแบบเว็บไซต์ ใช้งานได้ง่าย รองรับ SEO โปรโมท GOOGLE ให้ติดอันดับได้อย่างรวดเร็ว , ลงโฆษณาฟรี VPS ราคาถูก
รับทำเว็บไซต์
0
    
สถิติเว็บไซต์
เปิดเว็บเมื่อ : 2015-07-22
จำนวนสมาชิก : 10 คน
ปรับปรุงเมื่อ : 2018-05-06
จำนวนครั้งที่ชม : 424,072 ครั้ง
Online : 12 คน
จำนวนสินค้า : 21 รายการ

ควินัว ซุปเปอร์ฟู๊ดติดดาว

2016-08-18 19:45:57 ใน รู้จักเมล็ดพันธุ์ » 0 2414

รู้จักควีนัว (Quinoa) และคุณประโยชน์ของควินัวกัน

          ควินัว คีนัว หรือมาจากคำภาษาอังกฤษว่า Quinoa หรือที่เรียกกันว่า “ต้นหลอด” เป็นพืชของชาวอินคา ชนเผ่าพื้นเมืองโบราณ ปลูกมาในแถบอเมริกาใต้ เช่น เปรู ชิลี โบลีเวีย เอกวาดอร์ และโคลอมเบีย ควินัวเป็นพืชชนิดหนึ่งที่มีคุณประโยชน์มากมาย จนได้รับการกล่าวขานว่าเป็น “ซุปเปอร์ฟู๊ด” อีกชนิดหนึ่งของโลกเลยทีเดียว กำลังเป็นอาหารผู้ที่ดูแลสุขภาพให้ความสนใจกันทั่วโลก จนมีผู้นำมาจำหน่ายทั้งแบบเป็นเมล็ดที่ใช้ในการปรุงอาหาร  รวมถึงมีการนำไปทำเป็นอาหารเสริมอีกด้วย เพราะควินัวอุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย มีโปรตีนสูงจนสามารถรับประทานควินัวแทนข้าวได้สบาย ๆ และมีคุณประโยชน์พอๆ กับข้าวสาลีและข้าวบาร์เลย์เลยทีเดียว

          แม้ว่าควินัวจะมีหน้าตาเหมือนกับเมล็ดธัญพืช และใช้รับประทานแบบเดียวกับข้าวโอ๊ต ข้าวไร หรือข้าวสาลี แต่ที่จริงแล้ว ควินัวไม่ใช่ธัญพืช แต่เป็นพืชตระกูลข้าวชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า Psudocereal มีลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ คล้ายเมล็ดธัญพืชทั่วไป ซึ่งเป็นพืชพวกเดียวกับ หัวบีท ผักโขม ทัมเบิ้ลวี้ด (Tumbleweed) และ Swiss Chard นั่นเอง

ประโยชน์ของควินัว

1. ควินัวมีโปรตีนสูงถึงร้อยละ 12-18 และกรดอะมิโนที่จำเป็นที่สามารถพบได้ในนม ใครที่กำลังกินคลีน หรือควบคุมอาหาร หากอยากได้โปรตีนที่จำเป็นต่อร่างกายนอกจากอกไก่ลองควินัวด้วยก็ดีนะ
2. ควินัวมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง นั่นก็หมายความว่าช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นมะเร็ง และช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส
3. ควินัวมีแคลเซียมสูง ใครที่ไม่ชอบดื่มนม หรือแพ้นม สามารถทานควินัวได้ เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโต บำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง
4. ควินัวมีไฟเบอร์สูง ซึ่งเส้นใยหรือไฟเบอร์ที่ว่า นอกจากจะช่วยในเรื่องของการย่อยอาหาร และการขับถ่ายให้เป็นไปอย่างปกติแล้ว ยังช่วยควบคุมระน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติได้อีกด้วย
5. ควินัวมีคอเลสเตอรอลต่ำ เหมาะกับทุกคนที่อยากลดปริมาณคอเลสเตอรอลในร่างกาย หรือคนที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก และผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคไขมันอุดตันเส้นเลือด


คุณค่าทางโภชนาการ

คุณค่าทางโภชนาการที่อัดแน่นอยู่ใน ควินัว 100 กรัม มีอะไรบ้าง?
หนึ่งหน่วยบริโภค: 100g (100กรัม)                    
คุณค่าทางโภชนาการต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
พลังงานทั้งหมด 120                                                   พลังงานจากไขมัน  17
_______________________________________________________________  
                                                                                % ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน*
ไขมันทั้งหมด                               1.9g                        3%
          ไขมันอิ่มตัว                        0.2g
          ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน        1.1g
          ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว        0.5g
          ไขมันทราน Fat                   -   g
คลอเรสเตอรอล                            0mg                       0%
โซเดียม                                       7mg                       0%
โพแทสเซียม                                172mg                   0%
คาร์โบไฮเดรตทั้งหมด                    21.3g                     7%
          ใยอาหาร                            2.8g                       11%
          น้ำตาล                               0.9g
โปรตีน                                         4.4g
_________________________________________________________________
วิตามิน เอ                          0%     วิตามิน ซี                 0%    
แคลเซียม                          2%     เหล็ก                      8%    
วิตามิน ดี                           0%     วิตามิน บี 6              6%
วิตามิน บี 12                      0%     แมกนีเซียม              16%
ไทอามิน                            7%     ไรโบพลาวิน             6%
ไนอาซิน                            2%     วิตามิน อี                 2%
วิตามิน เค                          0%     ซิงค์                       7%

ฟอสฟอรัส                         15%

*ร้อยละของปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวันสำหรับคนไทยอายุตั้งแต่ 6 ปี ขึ้นไป
โดยคิดจากความรต้องการพลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี่
________________________________________________________________
Total Fat                                    Less than   65g      
          Saturated Fat                   Less than   20g      
Cholesterol                                 Less than   300mg  
Sodium                                      Less than   2,400mg        
Total Carbohydrate                     300g 
          Dietary Fiber                              25g    

>>หรือสรุปง่ายๆ ดังนี้

  • พลังงาน 120 กิโลแคลอรี

  • ไขมัน 2 กรัม (คิดเป็น 3% ของปริมาณไขมันที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน)

  • คอเลสเตอรอล 0%

  • คาร์โบไฮเดรต 21 กรัม (คิดเป็น 7% ของปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน)

  • โปรตีน 4 กรัม

  • ไฟเบอร์ 3 กรัม (คิดเป็น 11% ของปริมาณไฟเบอร์ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน)

  • แคลเซียม 2% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน

  • ธาตุเหล็ก 8% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน

  • โซเดียม 7 มิลลิกรัม

  • แมกนีเซียม

  • แมงกานีส

  • สังกะสี

  • วิตามินบี 2

  • วิตามินอี

  • กรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 รวมทั้งเกลือแร่อีกหลายชนิด

ประโยชน์ของควินัวกับสุขภาพของเรา

1. มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้
          ร่างกายเรามีขีดจำกัดในการสร้างกรดอะมิโนที่สำคัญมาใช้ในกระบวนการดำรงชีพ ซึ่งควินัวมีปริมาณกรดอะมิโนที่จำเป็นอย่างไลซีน (Lysine) ค่อนข้างมาก และผลการวิจัยของคณะเกษตรศาสตร์ของมหาวิทยาลัยโอไฮโอ ยังเผยอีกว่า ปริมาณโปรตีนในควินัวนั้น มีมากกว่าปริมาณโปรตีนในธัญพืช และข้าวไม่ขัดสีถึง 25% เลยทีเดียว

2. ต้านการอักเสบ
          ควินัว และธัญพืชแทบทุกชนิดจะมีประโยชน์ต่อการทำงานของระบบลำไส้ ในด้านการส่งเสริมให้ลำไส้ผลิตแบคทีเรียชนิดดี ในขณะที่ช่วยขับไล่แบคทีเรียอันตรายต่อร่างกายได้อย่างหมดจด ทั้งนี้ ปริมาณไฟเบอร์ที่สูงของควินัวยังช่วยให้ระบบขับถ่ายคล่องตัวดีเป็นพิเศษอีกต่างหาก  ดังนั้น เมื่อร่างกายสามารถขับถ่ายของเสีย และแบคทีเรียร้ายออกไปได้ ความเสี่ยงต่อการอักเสบตามส่วนต่าง ๆ จึงมีโอกาสเกิดได้น้อยลง ที่สำคัญ ควินัวยังเปี่ยมไปด้วยสารอาหารที่มีสรรพคุณต้านการอักเสบ เช่น กรดฟีโนลิก โพลิแซกคาไรด์ และแกรมมา-โทโคฟีรอล (gamma-tocopherol) วิตามินอีชนิดหนึ่งที่ช่วยขับน้ำ และโซเดียมส่วนเกินในร่างกาย และช่วยลดการคั่งของน้ำ และของเสียในเซลล์ ดังนั้น อีกหนึ่งสรรพคุณของควินัวก็คือ ช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย จนอาจก่อเป็นเซลล์ร้ายหรือเนื้องอกได้นั่นเอง

3. ปราศจากกลูเตน ดีต่อการปกป้องเซลล์เนื้อเยื่อ
          สำหรับคนที่แพ้กลูเตนจนทานอาหารดีๆ ไม่ได้หลายอย่าง คุณสามารถทานควินัวทดแทนได้ เพราะควินัวเป็นพืชที่ปราศจากกลูเตน และหากรับประทานควินัวกับอาหารปราศจากกลูเตนตัวอื่น ๆ ด้วยแล้ว จะยิ่งมีประโยชน์ต่อเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายมากขึ้นอีก เนื่องจากการรวมตัวกันของควินัว กับธัญพืชปราศจากกลูเตนตัวอื่น จะยิ่งเพิ่มเคมีชีวภาพโพลีฟีนอล ตัวช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย รวมทั้งป้องกันเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ในร่างกายเสียหายไม่ให้ได้อีกทาง

4. ช่วยลดไขมันเลว
          ไฟเบอร์ที่มีอยู่มากในควินัวจะช่วยให้ร่างกายขับคราบไขมันเลวที่เกาะตามผนังลำไส้ และเมื่อระบบย่อยอาหารทำงานอย่างขยันขันแข็งมากขึ้น ตับก็จะส่งไขมันมาช่วยร่างกายผลิตกรดน้ำดีช่วยระบบย่อย ดังนั้น ไขมันที่อยู่ในตับ ซึ่งส่วนมากเป็นไขมันส่วนเกิน และไขมัน LDL ก็จะถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงมากขึ้น เป็นการขับไขมันที่ชาญฉลาดของระบบการทำงานในร่างกายไปในตัว

5. ดีต่อสุขภาพหัวใจ
          เพราะสรรพคุณควินัวที่ช่วยลดระดับไขมันเลว ทำให้ควินัวมีประโยชน์ต่อการทำงานของหัวใจเพิ่มขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นสรรพคุณซื้อ 1 แถม 1 อีกทั้งผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Food Lipids ยังระบุว่า เมล็ดควินัวอุดมไปด้วยสารฟลาโวนอยด์ สารต้านอนุมูลอิสระที่ทำหน้าที่ต้านปฏิกิริยาออกซิเดชั่น ลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้
          นอกจากนี้ ควินัวยังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 และ 6 อยู่ด้วย ซึ่งกรดไขมันทั้งสองนี้เป็นกรดไขมันที่ขึ้นชื่อในเรื่องช่วยบำรุงการทำงานของหัวใจอยู่แล้ว

6. ช่วยย่อย และปรับปรุงระบบขับถ่าย
          คนที่ขับถ่ายยาก สัปดาห์หนึ่งจะขับถ่ายสักครั้ง ต้องลองทานควินัวด่วน ๆ เพราะควินัวอุดมไปด้วยไฟเบอร์ถึง 11% จากปริมาณไฟเบอร์ที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน ดังนั้น ถ้าได้ทานควินัวแล้วการขับถ่ายจะสะดวกคล่องขึ้น

7. เป็นอาหารลดน้ำหนักชั้นเลิศ
          ไฟเบอร์สูงไม่ได้ดีแค่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับถ่ายเท่านั้น แต่ควินัวยังจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพที่ช่วยลดความอ้วนได้เป็นอย่างดี เพราะไฟเบอร์ที่มีอยู่ในควินัวจะพองตัวอยู่ในท้อง ทำให้รู้สึกอิ่มได้นาน แถมควินัวยังมีคุณสมบัติคงระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งสูง ดังนั้น เมื่อทานควินัวแล้ว เราจะไม่อยากทานจุบจิบ

8. สารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก
          จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Medicinal Food พบว่า ควินัวเป็นพืชที่มีปริมาณสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าพืช 10 ชนิดที่นำมาวิจัยถึง 86% ดังนั้น จึงมีแนวโน้มว่า ควินัวจะมีคุณสมบัติช่วยป้องกันโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และโรคความดันโลหิตสูงได้อีกตัวเลือกหนึ่ง

 

วิธีการรับประทานควินัว

          เราสามารถนำไปทำให้สุกด้วยวิธีการเดียวกับการหุงข้าว ควินัวจะมีรสชาติที่เป็นลักษณะเฉพาะ คือ นิ่ม แต่แฝงความกรุบกรอบนิดๆ นำไปปรุงอาหารได้หลายเมนู และใช้เวลาหุงเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น หรือจะหุงผสมกับข้าวที่เราทานทุกวันนี้ก็ได้ ในอัตราส่วน ข้าวสาร 4 ส่วน ต่อ ควินัว 1 ส่วน ควินัวจึงเป็นวัตถุดิบที่นิยมสำหรับคนที่รักสุขภาพในขณะนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
 
วิธีการหุงควินัว
วิธีที่ 1 หุงด้วยหม้อหุงข้าว
          ล้างควินัวให้สะอาด (ลักษณะเหมือนการซาวข้าว) ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ จากนั้นใส่ควินัว 1 ถ้วย ต่อน้ำ 2 ถ้วย และเกลือป่นเล็กน้อย ลงในหม้อหุงข้าว (อัตราส่วน 1:2) จากนั้นกดปุ่มหุงข้าว ใช้เวลาประมาณ 20 นาที จนควินัวสุก ใช้ส้อมค่อย ๆ คนควินัวให้ร่วน พักไว้พออุ่น
 
วิธีที่ 2 หุงในหม้อถ้วยเตาแก๊ส
          ล้างควินัวให้สะอาด ตักขึ้นสะเด็ดน้ำ จากนั้นใส่ควินัว 1 ถ้วย น้ำ 2 ถ้วย และเกลือป่นเล็กน้อยลงในหม้อ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง ต้มประมาณ 5 นาทีจนเดือด จากนั้นลดเป็นไฟอ่อน หุงต่ออีกประมาณ 15 นาทีจนน้ำแห้ง และควินัวสุก ยกลงจากเตา ใช้ส้อมค่อย ๆ คนควินัวให้ร่วน พักไว้พออุ่น
          ทั้งนี้ กลิ่นของเมล็ดควินัวอาจไม่ค่อยถูกใจใครหลายคน เนื่องจากเมล็ดควินัวมีซาโปนินส์ (Saponins) สารชีวเคมีที่ทำหน้าที่ปกป้องควินัวจากศัตรูพืช เชื้อรา แบคทีเรีย และไวรัสชนิดต่าง ๆ จึงอาจมีกลิ่นไม่ชวนกิน และมีรสขมนิดๆ แต่ทั้งนี้ เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการนำควินัวไปล้างน้ำไหลประมาณ 2 รอบ ก่อนนำไปแช่น้ำเย็น และปรุงให้สุก

 
เมนูควินัว...อร่อย

          เราสามารถนำควินัวไปปรุงอาหารเพื่อสุขภาพได้หลายเมนู ไม่ว่าจะนำมาหุงกินแทนข้าว ตุ๋นกับนมเป็นอาหารเช้า นำไปเป็นท็อปปิ้งสลัด หรือจะทำขนมก็ได้เช่นกัน ควินัวที่สุกแล้ว สามารถแทนทานข้าวได้เลย หรือใครจะนำไปทำเป็นโจ๊ก ข้าวผัด ซูชิ ใส่ในสลัด ทอดมัน หรือแม้กระทั่งใส่ในของหวานอย่างมัฟฟิน คัพเค้ก ก็ได้ เราก็มีเมนูควินัวง่ายๆ มาแนะนำ เผื่อเป็นแนวทางในการปรุงควินัวไว้รับประทาน ส่วนจะเป็นเมนูควินัวสไตล์ไหนบ้างนั้น มาดูกันค่ะ


1. ควินัวกับนมอัลมอนด์
ส่วนผสม
          นมอัลมอนด์ หรือนมสด 1 ถ้วย
          ควินัวหุงสุก 1/2 ถ้วย
          อัลมอนด์อบสุก 1/2 ถ้วย
          เมล็ดเจีย 4 ช้อนโต๊ะ
          น้ำเชื่อมกลิ่นเมเปิล 2 ช้อนโต๊ะ
          น้ำหอมกลิ่นอัลมอนด์ 1/4 ช้อนชา
          น้ำหอมกลิ่นวานิลลา 1/4 ช้อนชา
          อัลมอนด์อบสุกสับ เล็กน้อย
วิธีทำ
           1. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในขวดโหล คนผสมให้เข้ากัน ปิดฝา นำเข้าแช่เย็นทิ้งไว้ 1 คืนก่อนดื่ม
           2. นำออกจากตู้เย็น โรยด้วยอัลมอนด์สับ พร้อมเสิร์ฟ
 
2. ควินัวอบข้าวโพด
ส่วนผสม
          ควินัว 1 1/2 ถ้วย
          เม็ดข้าวโพดแช่แข็ง 1 ถ้วย
          ผักชี
วิธีทำ
           1. ใส่ควินัวลงในตะแกรง ล้างควินัวผ่านน้ำให้สะอาด สะเด็ดน้ำ เตรียมไว้
           2. ใส่ควินัวที่ล้างสะอาดแล้วใส่ลงในหม้อหุงข้าว (ขนาดเล็ก) ตามด้วยเม็ดข้าวโพดแช่แข็ง เติมน้ำลงไปในหม้อหุงข้าวประมาณ 2 1/2-3 ถ้วย จากนั้นหุงจนสุก (ประมาณ 20 นาที)
           3. ตักใส่ถ้วย โรยด้วยผักชี พร้อมเสิร์ฟ
 
3. ทอดมันผักควินัว
ส่วนผสม
          ควินัวหุงสุก 2 ถ้วย
          ชีสตามชอบ 3/4 ถ้วย
          คอตเทจชีส 1/2 ถ้วย
          แครอทขูด 1 ลูก
          พริกฝรั่งสีเขียว 1/2 ลูก
          ไข่ไก่ 3 ฟอง
          เกล็ดขนมปัง 2 ถ้วย
          แป้งโฮลวีท 1/4 ถ้วย
          หอมใหญ่ 1 ลูก
          น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
          พริกไทยดำป่น 1/4 ช้อนชา
          ผงยี่หร่าป่น 1/4 ช้อนชา
          เกลือป่น เล็กน้อย
          ผงกระเทียมป่น เล็กน้อย
          ผงปาปริก้า 1 ช้อนชา
          น้ำมันพืช หรือเนยแขก สำหรับทากระทะ
วิธีทำ
          1. ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันเป็นเนื้อเดียวในอ่างผสม ปั้นส่วนผสมเป็นก้อนกลม กดให้แบน (ขนาดประมาณเบอร์เกอร์) เตรียมไว้ (ถ้าส่วนผสมเหลวเกินไปให้ใส่เกล็ดขนมปังและแป้งเพิ่มลงไป)
          2. นำทอดมันไปจี่บนกระทะ นำขึ้นตั้งไฟปานกลาง เติมน้ำมันมะกอกหรือเนยลงไป จี่จนสุกเหลืองทั้ง 2 ด้าน ด้านละประมาณ 4 นาที จัดใส่จาน พร้อมเสิร์ฟ
 
4. บราวนี่ควินัว
ส่วนผสม
          อินทผลัม 1/3 ถ้วย (แช่ในน้ำร้อนจนนุ่ม)
          ควินัวหุงสุก 1/2 ถ้วย
          กลิ่นวานิลลา 1 ช้อนชา
          เนย 2 ช้อนโต๊ะ
          น้ำมันมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ
          น้ำเชื่อมมะพร้าว 1 ช้อนโต๊ะ
          เกลือเล็กน้อย
          ผงโกโก้ 1/4 ถ้วย
          มะพร้าวอบแห้ง สำหรับคลุก 4-6 ช้อนโต๊ะ
          อัลมอนด์ป่น 1 ถ้วย
วิธีทำ
           1. ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงในเครื่องตีแป้ง ตีผสมจนเข้ากันดี ปั้นเป็นก้อนกลม เตรียมไว้
           2. เคลือบบราวนี่ด้วยช็อกโกแลตละลาย หรือถั่วป่น หรือมะพร้าวอบแห้งตามชอบ นำไปแช่เย็นประมาณ 1-2 ชั่วโมง พร้อมเสิร์ฟ
 

 

กรุณาเข้า สู่ระบบ ก่อนทำการเขียนข้อความ